ขนมอาลัวชื่อเสียงยาวนานพร้อมความอร่อยของชาววัง

วุ้นกรอบ อลัวดอกกุหลาบ

หากพูดถึงขนมไทย หลายๆ คนคงคิดถึงขนมจำพวก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง
หรือแม้แต่ขนมตระกูลทองต่างๆ นี่ยังไม่รวมพวก ข้าวต้มมัด ขนมใส่ไส้ และอื่นๆอีกมากมาย แต่เรามั่นใจว่า ตามร้านขนมมักจะมีขนมอีกหนึ่งประเภท ที่มักจะวางไว้ในแผงขายขนม ซึ่งขนมที่ว่า จะมีลักษณะเป็นขนมเม็ดเล็กๆ หลากหลายสีสัน บรรจุกล่อง หากมองด้วยตาเปล่า จะให้ความรู้สึกแข็ง แต่เรามั่นใจว่ามันจะอร่อย และหลายๆคนจะต้องสังเกตเห็น แต่มั่นใจว่า คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยรู้จักชื่อของเจ้าขนมนี้ เราจึงอยากจะมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกัน นั่นก็คือ ขนมอาลัว

ขนมอลัวดอกกุหลาบขนมอาลัวเป็นขนมหวานที่มีกระบวนการทำจากแป้ง ซึ่งผิวด้านนอกจะมีลักษณะเป็นน้ำตาลแข็งๆ ส่วนด้านในนั้นจะเป็นแป้งหนืด โดยส่วนใหญ่จะนิยมทำเป็นอันเล็กๆ และต้องมีหลายสี และมีกลิ่นหอมหวาน ซึ่งความหมายของชื่ออาลัวนั้นคือเสน่ห์ดึงดูดใจ ต้นกำเนิดของขนมอาลัวนี้มาจากประเทศโปรตุเกส ซึ่งได้นำเข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทยครั้งแรกในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช โดยคุณท้าวทองกีบม้า หรือ เลดี้ฮอร์ เดอควีมาร์ ซึ่งเป็นภริยาของเจ้าพระยาวิชเยนทร์ซึ่งเป็นชาวโปรตุเกสที่เข้ามารับราชการในราชสำนัก ซึ่งขนมอาลัวในสมัยนั้น แบ่งได้เป็นสองชนิด คือ อาลัวชาววัง และ อาลัวจิ๋ว ซึ่งอาลัวชาววังนั้น จะมีขนาดที่ใหญ่กว่า และมีส่วนผสมของกะทิมากกว่าอาลัวจิ๋ว แต่ถึงอย่างนั้น ทุกวันนี้ ขนมอาลัวก็ได้กลายเป็นขนมสัญชาติไทยไปอย่างสมบูรณ์แล้ว

4 ร้านขนมไทยโบราณ ได้กินกี่ครั้งความอร่อยไม่เคยเปลี่ยน

ใครที่มีความโปรดปรานเรื่องขนมหวานละก็ บอกเลยว่าไม่ควรที่จะพลาดอ่านบทความนี้เพราะเราจะมาแนะนำขนมโบราณสูตรเก่าดั่งเดิม รสชาติตามตำราเก่าที่สุดแสนจะอร่อยที่ๆ คุณไม่ควรจะพลาด ต้องสั่งไปชิม โดยเฉพาะสาวกขนมไทย เพราะขนมที่เราจะแนะนำนั้น ล้วนแล้วแต่เป็น ขนมไทย ที่ขึ้นด้านความอร่อยของขนมไทยโบราณ และที่สำคัญไม่ไกล อยู่ในบริเวณกรุงเทพ ไม่ต้องขับรถไปไกลถึงอยุธยา ก็มีขนมหวานอร่อยๆกินได้สบาย

ร้านหวานดำรงค์ (แม่บุญช่วย)

ร้านหวานดำรงค์นั้นเป็นร้านขนมไทยต้นตำรับสูตรโบราณกันเลยทีเดียว และที่สำคัญยังเปิดขายมานานถึง 45 ปี เพราะ ด้วยความที่เป็นต้นตำรับ พร้อมยังเต็มไปด้วยคุณภาพ รสชาติในแบบดั้งเดิม มีความหอม หวาน กลมกล่ม อย่างลงตัวที่สุด และรวมถึงการเลือกสรร วัตถุดิบในการทำขนมมาเป็นอย่างดี ร้านหวานดำรงค์นี้มีขนมไทยให้ได้เลือกรับประทานอยู่หลายชนิด และยังเหมาะสำหรับซื้อกลับไปเป็นของฝากอีกด้วย หรือจะนำไปเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับญาติผู้ใหญ่ ก็ถูกใจทั้งผู้ให้และผู้รับเช่น ร้านหวานดำรงค์ (แม่บุญช่วย) ตั้งอยู่ที่ 573/115 ซ.รามคำแหง 39 แยก 14 ถ.รามคำแหง วังทองหลาง วังทองหลาง กรุงเทพฯ 10310 โทรศัพท์ : 025590677 , 0818184476
เปิดทุกวัน เวลา 07.00 – 17.30 น ก็ลองไปมารับประทานกันดูรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน.
web: http://www.wandamrong.com

อีกร้านที่อยากแนะนำ ร้านบ้านขนมสวย

ร้านบ้านขนมสวย เป็นร้านที่เก่าแก่และยังมากด้วยประสบการณ์การ ในการทำขนมมายาวนานกว่าครึ่งศตวรรษ และยังมีรางวัลต่างๆ มาการันตีคุณภาพ ว่าเป็นร้านขนมไทยที่ยังคงความเป็นเอกลักษณ์ในแบบไทยๆ ไม่ว่าจะเป็นในด้านรสชาติ ซึ่งยังมีรสชาติแบบดั้งเดิม ทั้งความหวาน หอม มัน และในด้านของรูปลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของทางร้านเองอีกด้วย ได้ยิ่งแบบนี้แล้ว บอกเลยว่า ไม่ควรพลาด ร้านบ้านขนมสวยตั้งอยู่ที่ 57 ซ.พัฒนาการ 65 ถ.พัฒนาการ สวนหลวง สวนหลวง กรุงเทพฯ 10250 โทรศัพท์ : 023228158 , 027224265 , 0858367980
เปิดทุกวัน เวลา 08.00 – 20.00 น. ความเก่าแก่ของร้าน เหมาะมากสำหรับสาวกขนมหวาน
website: https://www.baankanomsuay.com/

และอีกร้าน ไม่ควรพลาด ร้านเครือทิพย์ขนมไทย


ร้านเครือทิพย์ขนมไทย เป็นร้านที่รวมเอาขนมไทยโบราณเก่าแก่มากๆ ที่หาทานยาก มาเปิดให้บริการด้านความอร่อยมานานถึง 40 ปี กันเลยทีเดียว เป็นขนมไทยที่มีรสชาติดั้งเดิม และมีให้เลือกรับประทานมากมายกัน ใครที่ชื่นชอบบอกเลยว่าจะต้องหลงรักร้านนี้แน่นอน และทางร้านก็ยังรับทำกระเช้าขนมหวาน อีกด้วย โดยเฉพาะคนที่อยากจะนำมาเป็นของขวัญเนื่องในเทศกาลต่างๆ  ในแพ็คเกตสวยๆ เหมาะสำหรับเป็นของชำร่วยอีกด้วย ร้านเครือทิพย์ขนมไทย ตั้งอยู่  1153/16 ซ.ลาดพร้าว 101 ถ.ลาดพร้าว คลองจั่น บางกะปิ กรุงเทพฯ 10240 โทรศัพท์ : 027314841
เปิดทุกวัน เวลา 07.00-19.30 น.
ใครที่ชื่นชอบขนมหวาน บอกเลยว่า ร้านนี้เป็นอีกร้านหนึ่งที่อยากให้ไปลองชิม
website: http://www.kruetip.com/

ขนมกลีบลำดวน
และสุดท้ายคือร้านของกระผมเองครับ สามารถดูได้รายละเอียดได้ที่
วิธีการสั่งซื้อขนมกลีบลำดวน

สีจากธรรมชาติสำหรับทำขนมไทยโบราณ

สีจากธรรมชาติ

การทำขนมหวานไทยให้น่ารับประทาน และสะดุดตาผู้บริโภค  สีของขนมสามารถดึงดูดใจของลูกค้าได้เป็นอย่างดีการทำขนมหวานไทยใช้สีอ่อน ๆ จะทำให้ขนมสวย ผู้ประกอบขนมหวานไทยควรใช้สีที่ได้จากธรรมชาติของพืชชนิดต่าง ๆ เพื่อหลีกเลี่ยงสีอาหารมากชนิดที่อาจมีอันตราย ต่อร่างกายของผู้บริโภค

  • ใบเตย ให้สีเขียวมีลักษณะใบยาวเรียว สีเขียวจัด มีกลิ่นหอม โคนใบมีสีขาวนวล ลักษณะ เป็นกอ ใบแก่มีสีเขียวจัด ให้กลิ่นหอมมาก  ใบเตยมีสองชนิด คือ  เตยหอม และ เตยไม่หอม การเลือกใช้นิยมใช้ใบเตยหอมที่มีกอใหญ่ มีใบโต ไม่มีแมลงเจาะ วิธีการคั้นน้ำใบเตย หั่นใบเตยเป็นฝอย แล้วโขลกให้ละเอียด ใส่น้ำเล็กน้อย คั้นเอาน้ำเตยออกให้เข้มข้นที่สุด กรองด้วยผ้ากรอง พยายามอย่าให้กากใบเตยหล่นลงไปในน้ำที่กรองแล้ว
  • กาบมะพร้าว ให้สีดำใช้กาบมะพร้าวแก่เผาไฟให้ไหม้จนเป็นสีดำทั้งอันใส่น้ำคั้น กรองด้วยผ้ากรองเอากากออกให้หมด
  • ขมิ้น ให้สีเหลืองขมิ้นเป็นพืชล้มลุกมีหัวใต้ดินลักษณะเป็นแง่ง คล้ายขิง สีเหลือง มีกลิ่นหอมใช้ผสมกับขนมที่ต้องการให้มีสีเหลือง วิธีการใช้ทุบขมิ้นให้แตก ห่อผ้าแล้ว นำไปแช่กับน้ำให้ออกสี
  • ดอกอัญชัน ให้สีม่วงคราม เป็นพืชไม้เลื้อยมีดอกสีม่วงคราม ลักษณะคล้ายดอกถั่ว ตรงปลายสีม่วงคราม ตรงกลางสีเขียว เวลาใช้ให้เลือกเอาแต่ส่วนที่เป็นสีม่วง วิธีการ ใช้ใส่น้ำเดือดเล็กน้อย  แช่ดอกอัญชัน สักครู่คั้นให้ออกสีคราม กรองเอากากออก หยดน้ำมะนาวลงไปสีจะเปลี่ยนเป็นสีม่วง
  • ดอกดินให้สีดำ เป็นพืชชนิดหนึ่ง จะมีตอนหน้าฝน ดอกปนกับรากไม้ชนิดอื่นเช่น ราก
    อ้อย รากหญ้าคา ดอกดินโผล่ออกจากดินมีสีม่วงเข้ม กลีบดอกรี ๆ ใช้ผสมกับแป้ง ทำขนมดอกดิน
  • หญ้าฝรั่ง ให้สีเหลือง เป็นพืชชนิดหนึ่งมีลักษณะคล้ายเกสรดอกไม้ตากแห้ง มีกลิ่นหอมเมื่อนำมาใช้ชงกับน้ำร้อนแล้วกรองเอากากออกใช้แต่น้ำ
  • ครั่ง จะได้สีแดง ใช้รังครั่งมาแช่น้ำ ถ้าต้องการสีแดงคล้ำ เติมสารส้มลงไปเล็กน้อย
  • กระเจี๊ยบ จะได้สีแดงเข้ม ใช้ส่วนที่เป็นกลีบหุ้มผลนำมาต้มกับน้ำ
  • เกสรดอกคำฝอย จะได้สีเหลือง ใช้แช่ในน้ำร้อน กรองเอาแต่น้ำ

ประวัติขนมทองม้วน

ทองม้วน
ภาพจาก http://wass23.blogspot.com

ทองม้วน เป็นขนมไทยแต่โบราณมีประวัติที่ยาวนานพอสมควร
เริ่มต้นจากสมัยกรุงศรีอยุธยา ได้มีการเจริญสัมพันธไมตรีกับชาวต่างชาติ อย่างกลุ่มทวีปทางตะวันออกและตะวันตก ทำให้ประเทศไทยได้รับวัฒนธรรมในด้านต่างๆ เข้ามา สิ่งหนึ่งที่ได้รับมานั่นคือ ขนมและของหวาน ซึ่งส่วนมากขนมต่างๆมากมาย รวมทั้ง “ทองม้วน” ต่างมีต้นกำเนิดจากการรับเอาวัฒนธรรมของประเทศ โปรตุเกส มาดัดแปลง เพิ่มเติม เพื่อให้เหมาะสมกับ วัฒนธรรม การดำเนินชีวิต ความเป็นอยู่ วัตถุดิบ ข้าวของเครื่องใช้ เอกลักษณ์ รสนิยม และอุปนิสัยในการบริโภคอาหารของประเทศไทยเราเองครั้งในรัชสมัยของสมเด็จพระนารายณ์มหาราช มีบาทหลวงชางฝรั่งเศส ชื่อ “เดอโลลีเยร์” ได้ทำบันทึกรายงานถึงระดับความมีหน้ามีตา และรสนิยมการบริโภคขนมหวานของชาวโปรตุเกสในสมัยกรุงศรีอยุธยา จนกระทั่งราชสำนักสยามถึงกับต้องเกณฑ์ขนมหวานจาก หมู่บ้านโปรตุเกส เข้าไปในพระราชวัง เนื่องในโอกาสฉลองวันนักขัตฤกษ์ต่างๆ เป็นจำนวนมาก

ดังความตอนหนึ่งว่า

“พวกเข้ารีตบางครัว ต้องถูกเกณฑ์ให้ทำของหวานแก่พระเจ้าแผ่นดิน ในวันนักขัตฤกษ์ ในวันชนิดนี้พระเจ้ากรุงสยามก็มีรับสั่งให้พวกเข้ารีตนี้ ทำของหวานเป็นอันมาก อ้างว่าสำหรับงานนี้งานนั้น เป็นต้นว่า สำหรับพิธีล้างศีรษะช้าง ซึ่งถือว่าเป็นพระองค์หนึ่ง หรือสำนักงานไหว้พระพุทธบาท”ชาวตะวันตกอีกผู้หนึ่งที่บันทึกการเดินทางเกี่ยวกับเรื่องของ ท้าวทองกีบม้าว่า  “ท้าวทองกีบม้า” ได้สอนการทำขนมหวานจำพวก ทองหยิบ ทองหยอด ฝอยทอง ทองพลุ ทองโปร่ง ทองม้วน ขนมฝรั่ง ขนมไข่เต่า ขนมสัมปันนี ขนมหม้อแกง ขนมผิงและอื่นๆ ให้กับผู้ที่ทำงานอยู่กับเธอ และบุคคลเหล่านั้น จึงได้นำวิชาความรู้ในการทำขนมต่างๆมาถ่ายทอดให้กับคนไทยรุ่นสู่รุ่น นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาจนถึงปัจจุบันนี้